วันอังคารที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2557

ปฏิทินวัฒนธรรม จ.จันทบุรี

หนังตะลุง

หนังตะลุงที่เล่นใน จ.จันทบุรี ยังพบอยู่ที่ ต.โขมง อ.ท่าใหม่ และที่เขตเทศบาล อ.ขลุง (ข้อมูลจากการสัมภาษณ์นายกามนิต ดิเรกศิลป์ และ เจ้าหน้าที่สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดจันทบุรี วันที่ 13/9/49)

สงกรานต์วัดใหม่

งานประเพณีสงกรานต์ที่วัดใหม่ เทศบาลตำบลวัดใหม่ ต.ตลาด อ.เมือง เป็นงานสงกรานต์ที่ยิ่งใหญ่และมีความโดดเด่น มีการรวบรวมการละเล่นพื้นบ้านต่างๆ ที่หาดูได้ยากมาแสดง อาทิ การละเล่นสะบ้า มีการเทศน์มหาชาติ กวนข้าวทิพย์ (ข้อมูลจากการสัมภาษณ์นายกามนิต ดิเรกศิลป์ และ เจ้าหน้าที่สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดจันทบุรี วันที่ 13/9/49)

สงกรานต์บ้านสำโรง

ประเพณีสงกรานต์ ของชาวบ้านสำโรง ต.ทรายขาว อ.สอยดาว จ.จันทบุรี

มีลักษณะพิเศษต่างจากที่อื่นๆ คือ มีการจัด 2 กิจกรรม ก่อนถึงวันสงกรานต์ 4-5 วัน จะมีการเรียกเจ้าเข้าทรงแก้บนกับพระยาเสาร์ (พระยาเสาร์เป็นผู้นำของบ้านสำโรงในอดีต เป็นผู้มีวิชาอาคมมาก มีความกล้าหาญ มีความยุติธรรม และ มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ เมื่อสิ้นชีวิตไปแล้วชาวบ้านจึงได้ตั้งศาลเอาไว้ ชาวบ้านมีความเชื่อเรื่องเกี่ยวกับอิทธิปาฏิหาริย์ของพระยาเสาร์) นับเป็นการแสดงออกถึงเรื่องของตำนาน ความเชื่อ และปะเพณี พิธีกรรมที่เกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตผู้คนบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา และอีกกิจกรรมหนึ่งคือ ในวันที่ 16 เมษายนจะมี "การตักบาตรหนองฆ้อง" และ "การจับมาร" ซึ่งเป็นการละเล่นดั้งเดิมของบ้านสำโรง

(จากหนังสือพิมพ์ บ้านเมือง ฉบับประจำวันที่ 13 เม.ย. 2548 หน้า 5 โดย สกว. หัวข่าว ตำนานความเชื่อประเพณีพิธีกรรม สงกรานต์ ที่สังคมชายขอบจันทบูรณ์)

การเล่นสะบ้า

จังหวัดจันทบุรีมีการละเล่นสะบ้ากันมานาน เดิมนิยมเล่นกันทั้งเด็กและผู้ใหญ่ในช่วงเทศกาลตรุษสงกรานต์ นอกจากจะเล่นเพื่อความสนุกสนานแล้วยังมีการแข่งขันกันอีกด้วย ปัจจุบันไม่เป็นที่นิยมและหาผู้ที่เล่นได้น้อยมาก เทศบาลจันทบุรีจึงพยายามฟื้นฟูการละเล่นนี้ขึ้นมาใหม่ โดยจัดให้มีการแข่งขันสะบ้าทุกปีช่วงสงกรานต์ และพบได้ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่วัดใหม่ เทศบาลตำบลวัดใหม่ ต.ตลาด อ.เมือง (คณะกรรมการฝ่ายประมวลเอกสารและจดหมายเหตุ, 2544:111-112)

ละครเท่งตุ๊ก

การแสดงละครเท่งตุ๊กเป็นการแสดงที่มีมาในจ.จันทบุรีหลายสิบปีแล้ว ชื่อของการแสดงน่าจะมาจากเสียงกลองเท่งตุ๊กเวลาที่ใช้ประกอบการแสดง ผู้แสดงส่วนใหญ่จะเป็นผู้หญิง ยกเว้นตัวตลกอาจใช้ผู้ชายแสดงก็ได้ แต่เดิม เรื่องที่ใช้แสดงมักมีเนื้อหาเกี่ยวกับนิทานพื้นบ้านหรือเรื่องจักรๆ วงศ์ๆ ปัจจุบันได้เปลี่ยนเป็นเรื่องราวอิงชีวิตประจำวันเกี่ยวกับการอิจฉาริษยาซึ่งเป็นที่ชื่นชอบของชาวบ้าน หรือ อาจดัดแปลงเนื้อเรื่องให้เป้นไปตามบุคคลหรือตามความต้องการของผู้จัดหาไปแสดง

ละครเท่งตุ๊กใช้แสดงได้ทุกโอกาส เครื่องดนตรีที่ใช้ คือ กลองเท่งตุ๊ก โทน ฉิ่ง ฉาบเล็ก กรับ ปัจจุบันมีการนำระนาดมาร่วมบรรเลงด้วย

คณะที่แสดงในปัจจุบันยังมีอยู่หลายคณะแถบบ้านบางกะไชย ต.บางกะไชย อ.แหลมสิงห์ บ้านปากน้ำ ต.ปากน้ำแหลมสิงห์ อ.แหลมสิงห์ และบ้านชำห้าน ต.ปากน้ำแหลมสิงห์ อ.แหลมสิงห์ ได้แก่

1. คณะ ส.บัวน้อย 2. คณะชวนชื่น

3. คณะ ส.แจ่มจำรัส 4. คณะสำราญศิลป์

5. คณะถนอมจิต ศิษย์เจริญ 6. คณะเปรมฤทัย วัยรุ่น

7. คณะ น.นาคเจริญ 8. คณะขวัญใจเจริญศิลป์

9. คณะชัยเจริญพร 10. คณะไชยเจริญศิลป์

(คณะกรรมการฝ่ายประมวลเอกสารและจดหมายเหตุ, 2544:118-119)



เท่งตุ๊ก หรือละครชาตรีคล้ายกับการแสดงมโนราห์ของทางปักษ์ใต้ เครื่องดนตรีที่ใช้ประกอบด้วยโทน 2 ใบและกล่องตุ๊กใบหนึ่ง ฉิ่ง ฉาบ ต่างจากละครชาตรีภาคกลางที่ใช้เครื่องดนตรีมากชิ้นกว่า เรื่องที่ใช้เล่นแต่เดิมเล่นเฉพาะนิทานพื้นบ้าน เช่น สังข์ทอง พระรถเมรี ไกรทอง แต่ปัจจุบันเสริมให้มีเรื่องราวอิงชีวิตประจำวันมากขึ้น ในเมืองจันทบุรี เท่งตุ๊กยังเล่นอยู่ในงานแก้บน และงานทิ้งกระจาดตามที่ต่างๆ ที่มีชุมชนชาวจีนอาศัยอยู่(คณะกรรมการฝ่ายประมวลเอกสารและจดหมายเหตุฯ 6 รอบ 5 ธันวาคม 2542 "ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น: ความเป็นมาของอำเภอสำคัญในประวัติศาสตร์ภาคตะวันออก และ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หน้า 56)

เพลงผีหิ้ง

เป็นเพลงที่ร้องเมื่อมีการเล่นผีหิ้ง เป็นเป็นชุดเพลงประกอบการเล่นผีหิ้ง มีหลายเพลงเช่น เพลงเชิญเจ้า เพลงแขนอ่อน เพลงเรือ เพลงหนีช้าง เพลงหนุ่มน้อย เพลงเถื่อนช้าง (คณะกรรมการฝ่ายประมวลเอกสารและจดหมายเหตุ, 2544:115)

เพลงตำขนมจีน

เพลงตำขนมจีน หรือ เพลงผีครกและผีกระด้ง เพลงตำขนมจีน เป็นเพลงปฏิพากย์ ร้องโต้ตอบระหว่างชายหญิงระหว่างรวมกลุ่มกันทำงาน และ บอกประวัติและขั้นตอนในการทำขนมจีน เพราะสมัยก่อนจะทำขนมจีนเป็นเรื่องยากต้องใช้คนมาก จึงได้มีการคิดการร้องแบบนี้ขึ้นกันความเบื่อหน่าย (คณะกรรมการฝ่ายประมวลเอกสารและจดหมายเหตุ, 2544:114-115) == = = = = เพลงผีครก (ขาดรายละเอียดว่าคืออะไร) = = = = =เพลงผีกระด้งใช้ร้องประกอบการเล่นผีกระด้งตอนฝัดข้าว ปัจจุบันเหลือเพลงแห่งเดียวที่ บ้านบางสระเก้า ต.บางสระเก้า อ.แหลมสิงห์ (คณะกรรมการฝ่ายประมวลเอกสารและจดหมายเหตุ, 2544:114-115)

ลำสวด

ลำสวดลำสวดเป็นการร้องลำนำตามจังหวะการปรบมือ และเครื่องดนตรีประเภทเครื่องประกอบจังหวะ เช่น กลอง กรับ ฉิ่ง และมีการร่ายรำให้เข้ากับจังหวะอีกด้วย ลำสวดเป็นการแสดงที่นิยมเล่นกันในงานศพเท่านั้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่ออยู่เป็นเพื่อนกับญาติมิตรของผู้ตายที่ต้องเฝ้าอยู่ในงานศพ มีทำนองร้อยหลายทำนอง เช่น เพลงลำพื้น เพลงลูกทุ่ง เพลงละคร บางเพลงฯ บทร้องอาศัยจากบทเพลงพื้นเมือง นิทาน ตำนาน บทละคร หรือบทเพลงลูกทุ่งที่นิยมกัน แล้วนำมาดัดแปลงเนื้อร้องตามแต่ความถนัดของผู้แสดง บทละครที่นิยมนำมาใช้ ได้แก่ ขุนช้างขุนแผน พระอภัยมณี สังข์ทอง เนื่องจากลำสวดเป็นการละเล่นที่เล่นกันเฉพาะในงานศพเท่านั้น การถ่ายทอดจึงต้องหาสถานที่ที่มิใช่ในบ้านของตนเอง เช่น สวนนอกบ้าน หรือที่วัด เป็นต้น ปัจจุบันพบที่บ้านบางสระเก้า ต.บางสระเก้า อ.แหลมสิงห์ บ้านบางกะจะ ต.บางกะจะ อ.เมือง บ้านเสม็ดโพธิ์ศรี ต.โขมง อ.ท่าใหม่ และทุกหมู่บ้านใน ต.คลองขุด อ.ท่าใหม่ และทุกหมู่บ้านใน ต.ตะกาดเง้า อ.ท่าใหม่ (คณะกรรมการฝ่ายประมวลเอกสารและจดหมายเหตุ, 2544:114)

เพลงหงส์

เป็นเพลงที่มีความเกี่ยวข้องการผลิต ชาวบ้านใช้ร้องเล่นกันตอนลงแขกนวดข้าว ปัจจุบันไม่มีการละเล่นนี้แล้ว แต่ยังคงเหลือพ่อเพลงแม่เพลงที่ ต.บางสระเก้า อ.แหลมสิงห์ ที่ ต.ตะปอน อ.ขลุง ที่บ้านป่าใต้ ต.ท่าช้าง อ.เมือง และที่ บ้านคลองนารายณ์ ต.คลองนารายณ์ อ.เมือง (คณะกรรมการฝ่ายประมวลเอกสารและจดหมายเหตุ, 2544:114)

ประเพณีทิ้งกระจาดเมืองจันทน์

จัดให้มีช่วงประมาณเดือน 9 หรือเดือน 10 ณ ศาลเจ้าพ่อแหลมสิงห์ งานทิ้งกระจาดที่มีชื่อเสียงอีก 2 แห่ง คือ งานทิ้งกระจาดที่ศาลเจ้าตลาดล่าง เทศบาลเมืองจันทบุรี ต.วัดใหม่ อ.เมือง และ ศาลเจ้าบ้านหนองจอก ต.ยายร้า อ.ท่าใหม่ ประเพณีนี้มีการทำบุญตักบาตรและเซ่นไหว้วิญญาณผีไม่มีญาติด้วยอาหารคาวหวานต่างๆ ในบางปีจัดให้มีมหรสพของชาวจันทบุรีที่เรียกว่า "เท่งตุ๊ก" ซึ่งมีลักษณะคล้ายมโนราห์ของชาวปักษ์ใต้ด้วย (คณะกรรมการฝ่ายประมวลเอกสารและจดหมายเหตุฯ 6 รอบ 5 ธันวาคม 2542 "ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น: ความเป็นมาของอำเภอสำคัญในประวัติศาสตร์ภาคตะวันออก และ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หน้า 56)

ประเพณีทอดผ้าป่าโจร

เป็นการทอดผ้าป่ารูปแบหนึ่งการทอดผ้าป่าโจรจะกระทำบริเวณทางสามแพร่งหรือบริเวณที่พระออกบิณฑบาต เพื่อถวายเครื่องใช้แก่พระที่ขาดผ้าบังสุกุล ผู้ที่จะทอดผ้าป่าจะต้องเตรียมผ้าขาวย้อมสีกรัก (หมายถึงสีที่ได้จากแก่นขนุนที่เคี่ยวเป็นก้อน เวลาใช้ก็นำไปต้มจะละลายน้ำเป็นสีสำหรับย้อมผ้าได้) เข็ม ด้าย และบริวารของผ้าป่านั้น ขึ้นอยู่กับความศรัทธาของผู้ที่จะทอดว่าจะมากน้อยก็ได้ ในการจัดต้องทำภายในครอบครัวหรือญาติพี่น้องที่นับถือเท่านั้น เวลาที่ใช้ในการทอดผ้าป่าโจรจะทำกันในวันใกล้รุ่ง คือก่อนที่พระจะออกบิณฑบาตนำสิ่งของเครื่องใช้ที่จัดเตรียมนั้น ไปวางไว้ที่ทางสามแพร่งหรือที่พระจะผ่านบิณฑบาต และจุดธูปบออกเป็นระยะ (หากเป็นที่โล่งเตียนไม่ต้องจุดธูปบอกก็ได้) พระรูปใดพบเห็น ท่านจะไปยังที่วางกองผ้าป่า และเมื่อพระรูปใดพบกองผ้าป่าก็จะเป็นสิทธิของพระรูปนั้นทันที เดิมเคยมีประเพณีนี้ที่หมู่บ้านสามผาน ต.สองพี่น้อง อ.ท่าใหม่ แต่ปัจจุบันไม่มีการสืบทอดแล้ว (คณะกรรมการฝ่ายประมวลเอกสารและจดหมายเหตุ, 2544:152)

ประเพณีทำบุญส่งทุ่ง

ประเพณีทำบุญส่งทุ่งจะทำหลังจากการเก็บเกี่ยวข้าวแล้ว ประมาณเดือนมกราคม เพื่อเป็นการขอบคุณสิ่งศักดิ์สิทธ์ที่ช่วยอำนวยความอุดมสมบูรณ์ และอุทิศส่วนกุศลให้กับผู้มีพระคุณที่ได้ล่วงลับไปแล้วประเพณีทำบุญส่งทุ่งยังคงพบได้ที่หมู่บ้านตะปอนน้อย ต.ตะปอนน้อย อ.ขลุง บ้านเสม็ดงาม ต.หนองบัว อ.เมือง และบ้านชาติไทย ต.ชาติไทย กิ่ง อ.เขาคิชฌกูฏ (ในท้องถิ่นอื่นๆของจันทบุรีก็มีทำเหมือนกันแต่รายละเอียดอาจต่างกันออกไป)
ในสมัยพุทธกาลมีเรื่องเล่าเกี่ยวกับการทำบุญของพระโกณฑัญญะกับสุภัททะปริพาชก เกี่ยวกับเรื่องการทำบุญ คือทุกขั้นตอนในการทำนา โกณฑัญญะจะทำบุญทุกครั้ง ซึ่งผลของกาทำบุญนี้ทำให้โกญฑัญญะได้เป็นสาวกเบื้องต้นของพระพุทธเจ้า ส่วนสุภัททะทำนาเสร็จทุกขั้นตอนจึงจะทำบุญครั้งเดียว เมื่อใกล้วันที่พระพุทธเจ้าจะปรินิพพาน สุภัททะเกิดความสงสัยจึงขอเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าเพื่อถามข้อข้องใจเกี่ยวกับการทำบุญ พระพุทธเจ้าจึงเทศนาให้ฟัง ทำให้สุภัททะขอบวชและสำเร็จเป็นพระอรหันต์องค์สุดท้าย ดังนั้นชาวพุทธส่วนใหญ่จะทำสิ่งใดแล้วจะต้องทำบุญก่อนเสมอเพื่อเป็นมิ่งขวัญและศิริมงคล ในการทำบุญส่งทุ่งของชาวตะปอนน้อยนี้ จะทำกันหลังทำนาเสร็จแล้วเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้กับผู้มีพระคุณ เมื่อกำหนดวันทำบุญแล้ว ชาวนาทุกคนจะพร้อมกันที่ศาลากลางทุ่ง โดยตอนเย็นจะนิมนต์พระมาสวดพระพุทธมนต์เย็น หลังจากพิธีทางศาสนาเรียบร้อยเเล้ว ชาวบ้านที่ยังไม่กลับจะพากันเล่นการละเล่น เช่นรำวง แม่ศรี ฯลฯ แม่ศรีที่ละเล่นในที่นี้เป็นแม่ศรีลอบ ถ้าแม่ศรีเข้าลอบของใครจะทำให้ลอบนั้นดักปลาได้มาก การเข้าทรงแม่ศรีลอบนี้ ชาวบ้านจะต้องเตรียมลอบของตนมาในพิธีด้วย

(คณะกรรมการฝ่ายประมวลเอกสารและจดหมายเหตุ, 2544:151)

ประเพณีทำบุญกลางทุ่ง

ประเพณีทำบุญกลางทุ่งจัดมีขึ้นเพื่อบวงสรวงเจ้าที่ที่สิงสถิตอยู่ในทุ่งนาเพื่อความเป็นสิริมงคลและเพื่อความสามัคคี โดยจะนิมนต์พระมาสวดมนต์เย็นกลางทุ่ง ตอนเย็นชาวบ้านจะช่วยมาทำอาหาร(เช่น ข้าวหลาม ขนมจีน ข้าวหมาก) ตอนเช้าจึงนำอาหารที่เตรียมไว้ไปถวายพระและถวายเพล อาหารที่เหลือจะนำไปแจกจ่ายเพื่อนสนิทมิตรสหาย (ที่บ้านสามผานเรียกประเพณีนี้ว่า ทำบุญส่งเปรต ที่บ้านตะปอนน้อยเรียกทำบุญส่งทุ่ง)ประเพณีทำบุญกลางทุ่งยังคงพบได้ที่หมู่บ้านพลูยาง ต.สีพยา อ.ท่าใหม่ บ้านสามผาน ต.สองพี่น้อง อ.ท่าใหม่ และบ้านสีพยา ต.สีพยา อ.ท่าใหม่(คณะกรรมการฝ่ายประมวลเอกสารและจดหมายเหตุ, 2544:151-152)

ประเพณีชักกะเย่อเกวียนพระบาท

โดยประเพณีชักเย่อเกวียนพระบาทเป็นประเพณีดั้งเดิมเป็นของหมู่บ้านตะปอนน้อย ต.ตะปอน อ.ขลุง มีการทำพระบาทจำลองด้วยผ้ากว้าง 5 ศอก ยาว 21 ศอก ประกอบไปด้วยรอยพระบาท 4 รอย (รอยที่ 1 เป็นรอยของ "พระกุตสันโธ" รอยที่ 2 เล็กลงมาเป็นรอยของ "พระโคนาดม" รอยที่ 3 เป็นรอยของ "พระกัสสปะ" และรอยที่ 4 เป็นรอยเล็กที่สุดเป็นรอยของ "พระพุทธโคดม"(พระพุทธเจ้า)) ทั้งนี้รอยพระบาท 4 รอย ซ้อนกันอยู่บนผ้าผืนเดียว(ผ้านำมาจากวัดช้างไห้ จ.ปัตตานี) คนในสมัยก่อนเชื่อว่ารอยพระบาทนี้สามารถรักษาโรคภัยไข้เจ็บต่างๆได้ ปีใดเกิดภัยธรรมชาติ ข้าวยากหมากแพงหรือมีโรคระบาดก็จะนำพระบาทนี้ใส่เกวียนประดับตกแต่งไปแห่แหน มีการตีกลอง ฆ้อง โหม่ง ดังสนั่นไปทั้งหมู่บ้าน เมื่อชาวบ้านเห็นขบวนแห่ผ่านมาก็ยกมือสาธุด้วยความปิติยินดี นำพวงมาลัย ดอกไม้ ข้าวสารมาถวาย ภายหลังจากที่มีพิธีแห่ปัญหาที่ชาวบ้านประสบก็บรรเทาเบาบางลง ชาวบ้านเลื่อมใสศรัทธารอยพระพุทธบาทกันมากจึงให้มีการสืบทอดประเพณีติดต่อกันมากทุกปี ภายหลังเปลี่ยนจากการแห่เกวียนพระบาทมาเป็นการชักเย่อแทน โดยถือเอาวันสำคัญคือหลังวันสงกรานต์ประมาณ วันที่ 15 เมษายนของทุกปี แบ่งเป็น 2 ฝ่าย ชาย-หญิง อยู่คนละข้าง นำเชือกผูกติดกับเกวียนขณะที่ 2 ฝ่ายออกแรงดึงเชือก คนตีกลองที่อยู่บนเกวียนจะตีกลองรัวจนฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งชนะ ใครชนะก็ถือว่าลากพระบาทได้ ฝ่ายแพ้ก็จะขอแก้ลำเป็นที่สนุกสนานมาก หลังจากวันสงกรานต์ชาวบ้านจะนำรอยพระบาทไปบำเพ็ญตามทางแยกเข้าหมู่บ้านต่างๆ แห่งละ 1-2 วัน นับตั้งแต่หมู่บ้านตะปอนน้อยไปจนถึงหมู่บ้านหนองเสม็ด เพื่อเป็นการฉลองพระบาทหลังสวดพุทธมนต์ ประชาชนจะนำเกวียนที่มีรอยพระบาทนั้นมาชักเย่อ รุ่งขึ้นเช้าจะมีการทำบุญตักบาตรถวายภัตตาหารแด่พระสงฆ์เป็นอันเสร็จพิธี (คณะกรรมการฝ่ายประมวลเอกสารและจดหมายเหตุ, 2544: 150 ; เอกสารสรุปผลการสัมมนาเรื่องราวตำบลตะปอน มปป. มปท. หน้า 23-24)

นมัสการรอยพระพุทธบาทบนเขาคิชฌกูฎ

เขาคิชฌกูฎจันทบุรี ตั้งอยู่ที่ ต.พลวง กิ่ง อ.เขาเขาคิชฌกูฎ เป็นประเพณีที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนานแล้วกว่า 200 ปี จากความศรัทธาที่มนุษย์ที่มีต่อธรรมชาติ ผู้ที่เดินทางมานมัสการต่างได้พบกับความศักดิ์สิทธิ์ของรอยพระพุทธบาท และได้รับความสดชื่น จากบรรยากาศบนยอดเขาคิชฌกูฏ เมื่อถึงเดือน 3 ของทุกจะเริ่มเปิดให้ขึ้นไปนมัสการในวันขึ้น 1ค่ำ ถึงขึ้น 15ค่ำ เดือน 3 ของ ทุกปี แต่มาระยะหลังนี้เริ่มเป็นที่รู้จักของคนที่มีความเลื่อมใสศรัทธาทั้งชาวไทยและต่างประเททศ จึงได้เปิดเวลาให้นมัสการมากขึ้น กล่าวคือในปีพ.ศ. 2536 เปิด 30 วัน ปี 2537 เปิด 45 วัน และในปี 2538 เป็นต้นมา เปิดให้นมัสการ 60 วัน และยังคงเปิดให้นมัสการเดือน 3 เหมือนเดิม เมื่อถึงวันนมัสการรอยพระพุทธบาทเขาคิชฌกูฎ จะมีพุทธศาสนิกชนที่มีความศรัทธาเดินทางขึ้นไปบนเขาเพื่อนมัสการรอยพระพุทธบาทเป็นจำนวนมากจากทั่วสารทิศ นอกจากนี้ยังจะไได้พบกับธรรมชาติอื่นๆที่มีเรื่องราวน่าอัศจรรย์เช่นหินลูกพระบาท บ่อน้ำมนต์ บ่อยา ถ้ำฤาษี ถ้ำเต่า ถ้ำสำเภา ถ้ำช้าง และยังเป็นการพิสูจน์ศรัทธาเเรงกล้าจากพุทธศาสนิกชนอีกด้วย (จากหนังสือพิมพ์บ้านเมือง ฉ.ประจำวันที่ 7 ก.พ. 2548 หน้า 13 โดย สาธิต ภิรมย์สมบัติและหนึ่ง เเซะจอหอ ; คณะกรรมการฝ่ายประมวลเอกสารและจดหมายเหตุ, 2544:150)

ประเพณีการตักบาตรเทโวชาวบางกะจะ

การตักบาตรเทโวของชาว ต.บางกะจะ อ.เมืองจันทบุรี เป็นประเพณีที่ให้ชาวพุทธได้ระลึกถึงวันที่พระพุทธเจ้าเสด็จลงจากเทวโลกมาโปรดพระมารดา แต่ของชาวบางกะจะจะเพิ่มจุดประสงค์เข้าไปอีกคือตักบาตรถวายสมเด็จพระเจ้าตากสินและไพร่พลที่มาพักพลที่บ้านบางกะจะในอดีตเมื่อคราวกอบกู้เอกราช ครั้งที่ 2

การตักบาตรเทโวของชาว ต.บางกะจะ เริ่มด้วยการนิมนต์พระสงฆ์มารับบิณฑบาต โดยเดินจากวัดโบสถ์บางกะจะถึงวัดพลับ เนื่องจากทางเดินจากวัดโบสถ์บางกะจะมีพื้นที่ลาดเอียงไปจนจรดวัดพลับ โดยสมมติว่าเป็นสถานที่ที่พระพุทธเจ้าเสด็จลงมาจากสวรรค์ ในวันตักบาตรเทโวนั้นมีการอัญเชิญพระพุทธรูป 1 องค์ ประดิษฐานบนล้อเลื่อนมีบุษบกและมีบาตรตั้งอยู่หน้าพระพุทธรูป มีคนลากนำหน้าพระสงฆ์เดินตาม ชาวบ้านจะเตรียม ธูปเทียน ข้าวสาร อาหารแห้ง เพื่อใส่บาตร บางปีมีชาวบ้านแต่งตัวเป็นพระอินทร์เดินนำหน้าขบวน ตามด้วยนางฟ้านางสวรรค์โปรยข้าวตอกดอกไม้แก่ผู้มาตักบาตรและยมบาล ตามท้ายด้วยขบวนกลองยาวเพิ่มความสนุกสนานร่าเริง (คณะกรรมการฝ่ายประมวลเอกสารและจดหมายเหตุ, 2544:149)

ประเพณีการทอดกฐินตก

ประเพณีการทอดกฐินตกเป็นประเพณีของชาวบ้านสามผาน อ.ท่าใหม่ ช่วงเวลาที่ทำการทอดกฐินคือเริ่มวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 ถึงขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 ถ้าวัดไม่มีผู้มาจองทอดกฐินในปีนั้นก็จะถือว่าเป็น "กฐินตก" ชาวบ้านที่อยู่ในบริเวณวัดก็จะประชุม กำหนดนัดหมายที่จะจัดกฐินสามัคคีขึ้น กล่าวคือทุกคนเป็นเจ้าภาพในการทอดกฐิน พิธีการจะมีพิธีสมโภชกฐิน นิมนต์พระสวดมงคลคาถาในตอนเย็น กลางคืนมีมหรสพ รุ่งเช้ามีการถวายภัตตาหารแด่พระสงฆ์ เสร็จแล้วชาวบ้านจึงนำกฐินไปทำพิธีสงฆ์ในโบสถ์และโปรยทาน ประเพณีการทอดกฐินตกนี้ชาวบ้านจะถือกันว่าได้บุญมาก (คณะกรรมการฝ่ายประมวลเอกสารและจดหมายเหตุ, 2544:149)

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น